[China] ตรวจสุขภาพก่อนไปจีน

posted on 15 Jan 2012 13:24 by treizieme in CHINA, DIARY directory Lifestyle, Travel, Diary
ตอนนี้ก็ใกล้ถึงวันเดินทางเข้าไปทุกทีแล้วค่ะ
เหลืออีกแค่ 1 เดือนเท่านั้นเอง ยังไม่ได้แพ็คของเลย มีโยนๆเข้าไปแถวกระเป๋านิดหน่อย
 
เคยเขียนในเอนทรี่ก่อนหน้านี้แล้วว่า อยากจะเขียนเกี่ยวกับชีวิตที่โน่น รวมถึงการเตรียมตัวก่อนไปด้วย
เพราะว่าเผื่อคนที่มีแพลนว่าจะไป จะได้มีข้อมูลไว้มากก็น้อย (ซึ่งแนวโน้มจะไปทางน้อยนะนี่ Foot in mouth)
 
 
หลังจากที่สมัครกับทางเอเย่นต์แล้ว
ปุ๋ยก็ค่อนข้างเบลอมากเลยค่ะ เพราะเค้าไม่ค่อยจะบอกอะไรเราเท่าไหร่
เราก็จะกังวลว่า เอกสารจะครบมั้ย ต้องทำอะไรบ้าง ชั้นควรเตรียมตัวยังไงดี
ส่งเมลล์ไป กว่าจะได้รับการตอบกลับก็ 1-2 วันค่ะ (ซึ่งถือว่าเร็วนะ แต่วัยรุ่นใจร้อนไง 55+)
 
เข้าใจว่า ทางบริษัทคงยุ่งด้วยแหละค่ะ เพราะนักเรียนก็ไปกันหลายคนเนอะ 
เค้าก็ต้องจัดการอะไรหลายๆอย่าง หลังๆปุ๋ยเลยโทรไปถามเลยค่ะ กร๊าซซซ (เพิ่มภาระในบัดดล)
ซึ่งไม่ว่าจะโทรไปกี่ที พี่ๆที่บริษ้ทก็ดีมากค่ะ พยายามอธิบายให้เข้าใจตลอดเลย
(ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่า มีอะไรให้โทรไปถาม เค้าเลยค่ะ อย่าได้เกรงใจ
เพราะบางครั้งเค้าจะมีข่าวสารใหม่ๆ ซึ่งถ้ารอเมลล์นี่อาจจะช้านะคะ และเราอาจเตรียมอะไรไม่ทัน)
 
 
พอเราเริ่มหายห่วงละ ทีนี้ก็นอนตีพุงอยู่บ้านเหมือนเดิมค่ะ
รอเค้านัดว่า จะเอาเอกสารอะไรวันไหน อะไรบ้าง
 
เอกสารที่สำคัญอย่างนึง สำหรับคนไปเรียนต่างประเทศนานๆ อย่างของปุ๋ย 1 ปี ก็คือ "ใบตรวจสุขภาพ" ค่ะ
ถ้าคนไหนไปเรียน short term แค่ 3-4 เดือน เข้าใจว่าคงไม่ต้องตรวจ
 
 
ปุ๋ยเพิ่งมารู้ก่อนวันกำหนดส่งได้ไม่นานเองค่ะ เค้าให้ส่งไปภายในวันที่ 7 มกรา
รู้ก่อนปีใหม่ไม่กี่วันเท่านั้น
 
ในการตรวจสุขภาพนั้น สำหรับคนไปเรียนที่จีน
ทางเอเย่นต์จะมีแบบฟอร์มส่งมาให้นะคะ เป็นแบบฟอร์มที่สถานฑูตกำหนด
(เข้าใจว่า ถ้าคนที่สมัครไปเรียนเอง คงต้องไปขอจากทางสถานฑูตนะคะ)
 
รูปทรงแบบนี้ค่ะ
 
ดังนั้น สิ่งที่ต้องกรอกก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
และเอกสารนี้ต้องไปตรวจกับ โรงพยาบาลรัฐบาล เท่านั้น โดยแนะนำให้ไปที่ โรงพยาบาลจุฬาฯ ค่ะ
(ตอนแรกปุ๋ยกลัวว่าที่ รพ.จุฬา จะคนเยอะและช้ามาก เลยไป รพ.พระมงกุฎ ที่ใกล้บ้านที่สุดแทน
ปรากฎว่า ทาง รพ. เค้าไม่รับตรวจตามแบบฟอร์มให้ค่ะ เลยต้องไปตายรังที่ รพ.จุฬา เหมือนเดิม OTL
 
นอกจากนี้ทางบริษัทยังส่งเอกสารมาด้วยว่า ควรหลีกเลี่ยงการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนพรัตน, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลภูมิพล เนื่องจากผลการตรวจ จะออกเป็นภาษาไทย และทางโรงพยาบาลไม่ยอมใช้ฟอร์มการตรวจของสถานทูต ซึ่งเป็นไปตามกฎของโรงพยาบาลนั้นๆ)
 
 
เอกสารที่ต้องเตรียมไป ก็มีดังนี้ค่ะ :
1. บัตรประชาชน
2. พาสปอร์ต หรือ สำเนาพาสปอร์ต ก็ได้ค่ะ เพราะจะต้องนำชื่อภาษาอังกฤษ จากพาสปอร์ต ไปกรอก
3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว (แนะนำให้เอาไปหลายๆใบค่ะ เผื่อๆไว้) - สำหรับติดแบบฟอร์ม และยื่นให้ทาง รพ.
4. สำเนาบัตรประชาชน เอาไปซัก 2-3 ใบก็ได้ค่ะ
 
 
 
ก่อนการไปตรวจสุขภาพ เราต้องเตรียมตัวซักนิดนะคะ
เพราะมีการตรวจเลือด, ปัสสาวะ และอุจจาระด้วยค่ะ << ต่อไปนี้จะขอเรียก ปัจจี้ และอุจจี้ เพื่อความไม่กระดากปากของ จขบ.
 
คืนก่อนวันตรวจร่างกาย ให้งดน้ำ+อาหาร และพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อตรวจเลือดนะคะ
** สำหรับสาวๆที่มี วันนั้นของเดือน ต้อง เลื่อนการตรวจออก ไปก่อนนะคะ **
 
 
ตื่นมาตอนเช้าซัก 7 โมงก็ไปกันเลยค่ะ
ต้องรีบไปค่ะ จะได้ตรวจเสร็จเร็วๆและไปกินข้าว Undecided
ชุดที่ใส่ไป ควรเป็นชุดที่ถอดได้ง่ายนะคะ เพราะเราต้องโป๊วเวลาตรวจคลื่นหัวใจกับเอ็กซเรย์ด้วยค่ะ
 
แนะนำให้แต่งท่อนบนไปดีๆนิดนึงนะคะ และสำหรับสาวๆ แต่งหน้าไปด้วยก็ดีค่ะ
เพราะทาง รพ. จุฬา เค้าจะให้เราทำบัตรของ รพ. ด้วย 
(ซึ่งปรู๋ยไม่รู้ค่ะ เลยไปแบบหน้าไม่แต่ง หัวฟู เหวอมาก ตอนเค้าให้ถ่ายรูป Tongue out)
 
ทางไป รพ. จุฬา ไม่ยากค่ะ ปุ๋ยโดยสารด้วยรถ BTS ไปลงสถานีศาลาแดง
จะมีป้ายชี้ทางออก เขียนชัดๆว่า รพ. จุฬา 
เราก็เดินด๊อกแด๊กไปเรื่อยๆ บนสะพานนี่แหละค่ะ จะเจอศูนย์การค้าทางฝั่งซ้ายมือ (น่าจะเป็นโรบินสัน)
และแยกเป็น 3 แยก ให้ไปทางซ้ายมือนะคะ จะเป็นสะพานข้ามถนน ข้ามไปก็เจอ รพ. จุฬา พอดี๊พอดีค่ะ
 
 
เดินลงจากสะพานจะเจอประตูแง้มๆไว้นะคะ เขียนเป็นป้ายล่ะค่ะว่า "นี่คือ ประตูทางเข้า รพ.จุฬา" Foot in mouth
เดินเข้าไปเลยค่ะ แล้วเข้าตึกทางขวามือ หรือเรียกว่า ตึก ภปร. ค่ะ
 
ไปติดต่อกับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 
พยาบาลใจดีจะให้เรากรอกข้อมูลเพื่อทำบัตรค่ะ 
เราก็กรอกๆ แล้วยื่นไป รอเค้าเรียกทำบัตรถ่ายรูป 
 
บัตรที่ได้ก็จะลักษณะแบบนี้นะคะ
 
 
จากนั้นก็ขึ้นไปชั้น 2 ค่ะ (ถ้าจำไม่ผิด)
ขึ้นลิฟท์เลยนะคะ ถ้าขี้เกียจเดิน เพราะตอนแรกปุ๋ยก็ อ้อ แค่ชั้น 2 
เลยเดินบันไดขึ้นไปเพราะขี้เกียจรอลิฟท์ค่ะ ต้องเดินบันได 4 รอบ หอบแฮ่กกันเลยทีเดียว (ข้าวก็ไม่ได้กิน)
 
เข้าไปติดต่อตรงเค้าน์เตอร์นะคะ 
เค้าจะขอเอกสาร และให้เอกสารเรามาค่ะ
เอกสารที่ให้มา จะบอกลำดับขั้นตอนก่อนหลังโดยละเอียดเลยค่ะ ว่าต้องทำอะไร ที่ไหน สะดวกมากๆเลย
และมีขวดสำหรับเก็บปัจจี้ และอุจจี้ค้า จากนั้นก็ไปจ่ายเงินค่าตรวจสุขภาพ
 
หลักๆ ก็มีตรวจเลือดนะคะ 
เนื่องจากวันนั้นปุ๋ยนอนไม่พอ (เพราะมัวแต่อ่านการ์ตูน) เลยโดนเจาะไป 2 แขนแน่ะค่ะ ฮือๆๆ Tongue out
ขนาดนั้นก็ยังไม่พออยู่ดี พยาบาลทั้งตีทั้งตบ เลือดก็ไม่ค่อยออก
ดังนั้น ควรนอนกันไปให้เยอะๆนะคะ จะได้ไม่เจ็บบ่อยเหมือนปุ๋ยนะคะ //กระซิก
 
พอตรวจเลือดเสร็จแล้ว เราก็สามารถหาข้าวกินได้เลยค่ะ วู้ปปี้~
 
มีการวัดสายตา วัดส่วนสูงและน้ำหนัก
วัดความถี่คลื่นหัวใจด้วยค่ะ << อันนี้ต้องโป๊ด้วยนะคะ เพราะเค้าจะเอาจุ๊บสุญญากาศมาแปะๆ กับหน้าอกเรา
และมีเอ็กซ์เรย์ปอด ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนชุดไปใส่ชุด รพ. ด้วยค่ะ
 
และมีไปตรวจกับคุณหมอ ก็จะตรวจแบบถามๆน่ะค่ะ ไม่ได้มีอะไรมาก
ปุ๋ยโดนคุณหมอบอกว่า น้ำหนักเกินมาตรฐานมาเยอะ ให้ไปลดน้ำหนักด้วยนะคะ *ช็อค*
 
เมื่อตรวจอะไรๆเสร็จ ก็เอาปัจจี้และอุจจี้ไปส่ง
ส่วนตัวแล้ว ไอ้ปัจจี้นี่ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะกินน้ำไปเยอะๆก็ออกเอง
แต่ไอ้ที่สร้างความลำบาก คือ อุจจี้ นี่แหละค่ะ
 
ปุ๋ยเป็นคนระบบขับถ่ายไม่ดีซะมากๆ คือ 2-3 วันจะ... ซักทีนึง
แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย เค้าให้ส่งก่อนบ่าย 2
ข้าวก็ไม่ได้กินมา แล้วจะหาอะไรไปใส่กระปุกล่ะหื๊อ Undecided
(จริงๆ เค้าให้เอาปัจจี้อุจจี้มาส่งวันอื่นได้นะคะ แต่ว่าปุ๋ยกลัวเอาเอกสารส่งไปไม่ทัน เลยต้องพยายามเดี๋ยวนั้น)
 
พอตรวจเลือดเสร็จ ก็เลยรีบไปหาข้าวกิน โดยเน้นพวกที่คิดว่าจะทำให้ถ่ายเร็ว (ฮ่าาา พาร์ทนี้อุบาทว์แท้)
อย่างพวกหน่อไม้ ผักเยอะๆ 
ถ้าใครรู้ว่าตัวเองถ่ายลำบาก ตอนเย็นๆก่อนวันตรวจสุขภาพ
หาอะไรที่กินแล้วชวนอุ๊จก่อนเลยค่ะ อย่างโยเกิร์ต ผลไม้ นม ผัก ... แด๊กไปเยอะๆเลยค่ะ 
 
 
พอส่งเสร็จแ้ล้ว ก็รอรับเอกสารนัดรับใบตรวจสุขภาพ
จากนั้นก็กลับบ้านได้เลยค่ะ 
 
วันมารับ ก็โทรมาถามที่ รพ.ก่อนได้ค่ะ ว่าเสร็จรึยัง
นำเอกสารที่ได้ ไปประทับตรา (จำตึกไม่ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวพยาบาลจะบอก)
ถ้าไปตอนเช้า ให้ รีบ นำไปประทับตราก่อน 12.00 นะคะ 
ถ้าคลาดไป 5 นาที จะต้องรออีก 55 นาทีเลยเชียว ซึ่งปรู๋ยโดนมาแล้วค่ะ Foot in mouth
 
การไปตรวจสุขภาพไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยค่ะ
รพ. จุฬาทำได้ฉับไวมาก เพราะเค้ามีขั้นตอนให้อ่านและทำตามเข้าใจง่าย
แม้ว่า รพ. จะใหญ่และคนเยอะ แต่ส่วนที่เราไปทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนไข้คนอื่นแต่อย่างใดค่ะ
เราเลยไม่ต้องรอคิวอะไรเยอะแยะมาก จนรู้สึกเสียเวลา
แถมพี่ๆพยาบาลก็ใจดีและบริการดีมากๆเลยค่ะ *ประทับใจ*
 
ครุคริครุคริ จบไปอีก 1 เรื่อง
ไว้เดือนหน้ามีปฐมนิเทศ แล้วจะมาเล่าตอนต่อไปค่ะ Cry
 
 
---------------------------------------------------------------
Part นี้ไม่เกี่ยว แต่อยากเล่า (ความอุบ๊าดของตนเอง)
ตอนปุ๋ยไปรับใบตรวจสุขภาพ ทางพยาบาลบอกว่า อุจจี้ปุ๋ยมีพยาธิด้วยค่ะ!! Sealed
แอบสงสัยว่าตัวเองไปแด๊กอะไรมา ถึงได้มีมาได้
ทางคุณหมอ ที่เป็นคนตรวจอุ๊จ ส่งใบสั่งยาถ่ายพยาธิมาให้ ก็เลยต้องไปรับค่ะ ค่ายาแค่ 7 บาทเอ๊ง *ตกใจมาก*
 
แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่กินเลยค่ะ
คิดว่าถ้าพยาธิมีจริง และตัวอิฮั้นยังตันขนาดนี้ ก็ควรให้มันเพาะพันธุ์ไปซัก 10 ตัว 
จะได้ผอมอย่างคนอื่นเค้ามั่งค่ะ ฮ่าๆๆๆ Undecided << กากแท้ 
 
 
 
 
 
 
 


 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

would you explain what dose it mean?

#7 By CHai (58.198.86.11|58.198.86.11) on 2014-03-21 15:01

ขอรบกวนถามหน่อยค่ะ ตรวจใช้เวลานานไหมคะ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ขอบคุณค่ะ

#6 By tori (103.7.57.18|14.207.175.112) on 2012-08-17 23:01

#5 By Tori (103.7.57.18|14.207.175.112) on 2012-08-17 23:00

ปล่อยพยาธิไปเห๊อเจ้าปุ๋ย

รูปติดบตรนั่นคือความจริงสินะ ฮ่าาาา

#4 By T U R B O W on 2012-01-17 06:52

กำลังอ่านเพลินๆ เลื่อนลงมาเห็นรูปบัตรผู้ป่วยอย่างฮาเลยค่ะ 555

#3 By time-capsule on 2012-01-15 21:48

sad smile

#2 By mmmeryy on 2012-01-15 16:03

รูปบัตรโหดมวากกก

#1 By เอิง (59.189.228.247, 218.186.10.244) on 2012-01-15 15:44